คาสิโนออนไลน์

คาสิโนออนไลน์
คาสิโนออนไลน์

Saturday, October 10, 2020

ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ ของ " กะเพรา "

 


กะเพรา
เป็นพืชพื้นเมืองของทางเขตร้อน ในถิ่นโลกเก่า คือ บริเวณเขตร้อนของทวีปเอเชียและทวีปแอฟริกา แต่จะพบมากในแถบเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศอินเดีย , ศรีลังกา , เนปาล , พม่า , ไทย , ลาว , กัมพูชา ฯลฯ โดยสามารถพบได้ทั้งในแบบที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ และแบบที่ปลูกไว้เพื่อใช้ประโยชน์ เช่น ใช้เป็นอาหาร , สมุนไพรรักษาโรค หรือใช้ในด้านพิธีกรรมทางศาสนา เป็นต้น


ประโยช์และสรรพคุณกะเพรา

-ลดอาการท้องอืดเฟ้อ ขับลม
-แก้ปวดท้อง บำรุงธาตุ
-ขับผายลม
-แก้อาการจุกเสียดในท้อง ทำให้เรอ
-แก้ท้องร่วง
-แก้คลื่นไส้อาเจียน
-ช่วยขับเสมหะ ขับเหงื่อ
-แก้โรคผิวหนัง
-แก้อาการปวดท้องในเด็กทารก
-เป็นยาเพิ่มน้ำนมสตรีหลังคลอด ขับน้ำนม
-บรรเทาอาการไข้เรื้อรัง
-แก้ปวดฟัน
-ทาผิวหนังแก้กลากเกลื้อนและโรคผิวหนังอื่น ๆ
-ใช้หยอดหู แก้อาการปวดหู
-เป็นยาอายุวัฒนะ
-เป็นยารักษาหูด 

Friday, October 9, 2020

โหระพา สมุไพรกับสรรพคุณที่โดดเด่น



 โหระพา เป็นพืช สมุนไพรที่มีกลิ่นหอม มักจะนิยมนำมาประกอบอาหารหลากชนิดในประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวช่วยในการปรุง หรือแต่งกลิ่นรสของอาหารให้น่ากินยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารได้หลายชนิด เช่น ผัดหอย ผัดเนื้อ ใช้ใบปรุงอาหารเป็นผักโรยชูรสได้หลายชนิด เช่น แกงเผ็ด แกงเลียง ผัด ทอด ใบและยอดอ่อนใช้กินเป็นผักสด เป็นเครื่องแนมอาหารคาวหรืออาหารว่างได้อีกเป็นอย่างดี เพราะโหระพามีใบหนานุ่มกว่ากะเพรา 

รวมทั้งกลิ่นและรสชาติไม่เผ็ดร้อนเท่ากะเพรา จึงนิยมนำมาใช้เป็นผักจิ้มหรือกินสดมากกว่ากะเพรา รวมถึงนิยมใช้กินร่วมกับอาหารที่มีรสจัดและกลิ่นแรง เช่น จำพวกหลน (หลนไส้กรอก หลนแหนม หลนกะปิคั่ว ฯลฯ) จำพวกลาบ (ลาบปลาดุก ลาบเลือด ลาบเป็ด ฯลฯ) จำพวกยำ เมี่ยง แจ่ว ก้อย ส้มตำ ฯลฯ เป็นผักกินกับขนมจีนน้ำยา ปลาร้า ซ่าหมู ใช้ใส่ในแกงบางชนิด เช่น แกงเขียวหวาน แกงโสฬส และแกงเผ็ดหมู แกงเผ็ดไก่ เป็นต้น

และสำหรับสรรพคุณทางยาของโหระพานั้น ตามตำรายาไทยได้ระบุว่า

ใบ : มีกลิ่นฉุน รสร้อน แก้ลมวิงเวียน ขับลมในลำไส้ ขับผายลม แก้ท้องขึ้น ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดท้อง ทำให้เรอ แก้จุกเสียดในท้อง แก้พิษตานซาง ช่วยย่อยอาหาร แก้หวัดช่วยเจริญอาหาร
ทั้งต้น : แก้พิษตานซาง แก้เด็กนอนสะดุ้งผวาเพราะโทษน้ำดี
เมล็ด : แก้บิด ทำให้อุจจาระไม่เกาะลำไส้ ถ่ายสะดวก เป็นยาระบาย ใช้พอกฝีรักษาแผลในกระเพาะอาหาร

Thursday, October 8, 2020

สรรพคุญและประโยชน์ที่ครบครันของ ฟักข้าว

 


 ฟักข้าว ( Gac fruit ) มีถิ่นกำเนิดจะอยู่ในแถบตะวันออกเฉียงใต้ ของทวีปเอเชีย ตั้งแต่ประเทศจีนตอนใต้ พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย บังกลาเทศ และฟิลิปปินส์ ฟักข้าวนั้นเป็นได้ทั้งอาหารและยา อีกทั้งยังสามารถนำมาเป็นตัวช่วยในการบำรุงพรรณอีกด้วย ต้องบอกว่ามีประโยชน์ครบครันเลยทีเดียว

ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของฟักข้าว


1.ใบฟักข้าว การนำใบมาต้มน้ำดื่ม ช่วยแก้อาการเป็นไข้ตัวร้อน แก้อาการริดสีดวงทวาร แก้พิษ แก้ฝี แก้หูด แก้อาการปวดเมื่อยเนื้อตัวและปวดหลัง

2.รากฟักข้าว นำมาต้มน้ำดื่ม ถอนพิษไข้ ช่วยขับเสมหะ ช่วยแก้เข้าข้อ อาการปวดตามข้อ หรือใช้ทำยาสระผมแก้ผมร่วง

3.เมล็ดฟักข้าว มาต้มน้ำดื่ม แก้ท่อน้ำดีอุดตัน ช่วยขับปัสสาวะนำเมล็ดหรือนำเมล็ดที่แก่จัดมาบดและตากให้แห้ง นำมาผสมน้ำมันทา แก้อาการอักเสบ อาการบวมช้ำ รักษาโรคผิวหนัง เช่น กลากเกลื้อน ผดผื่นคัน

Wednesday, October 7, 2020

สรรพคุณ และ ประโยชน์ ของว่านหางจระเข้

 

 ว่านหางจระเข้ นั้นถือว่าเป็น “พืชมหัศจรรย์” เป็นไม้พุ่มที่มีขนาดเล็ก ว่านหางจระเข้ เป็นพืชสกุลที่แผ่นใบหนาอวบน้ำมากๆ ข้างในจะเป็นวุ้นใส ว่านหางจระเข้จำนวนมากมักจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติในแอฟริกาเหนือ

สรรพคุณทางยาของว่านหางจระเข้ นอกจากสรรพคุณดังกล่าว แล้วในสมุนไพรชนิดนี้ยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย อย่างเช่น

-ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับฟันและเหงือก

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในทันตกรรมทั่วไป รายงานว่า ว่านหางจระเข้ในเจลฟันนั้นมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยาสีฟันที่ช่วยป้องกันฟันผุ

-ช่วยรักษาอาการท้องผูก
จากหน่วยงานกำกับดูแลด้านสมุนไพรของเยอรมนี Commission E  ได้อนุญาตให้ใช้ ว่านหางจระเข้ ในการรักษาอาการท้องผูก ด้วยปริมาณของน้ำยางว่านหางจระเข้ 50-200 มิลลิกรัม มักจะนำมาใช้ในรูปของเหลวหรือแคปซูลวันละครั้งนานสูงสุด 10 วัน

-รักษาแผลที่เท้าจากเบาหวาน

การศึกษาดำเนินการที่ Sinhgad College of Pharmacy ประเทศอินเดียและตีพิมพ์ใน International Wound Journal เพื่อดูความสามารถของว่านหางจระเข้ในการรักษาแผลจากเบาหวาน

โดยที่พวกเขารายงานว่า “เจลที่มี Carbopol 974p (1 เปอร์เซ็นต์) และ ว่านหางจระเข้ ช่วยส่งเสริมการรักษาแผล และการปิดแผล ที่สำคัญในเบาหวาน เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์และให้ผลิตภัณฑ์ที่มีแนวโน้มที่จะใช้ในแผลที่เท้าจากเบาหวาน”

-ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสรและคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Las Palmas de Gran Canaria ประเทศสเปน ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสารโมเลกุล

จากการสำรวจเพื่อตรวจสอบว่าสารสกัดเมทานอลของผิวหนัง วุ้นใบว่านหางจระเข้นอกจากจะมีสรรพคุณรักษาแผล ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียแล้ว ยังช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เป็นไปได้และ แบคทีเรียขนาดเล็กได้

ว่านหางจรเข้ส่วนที่เป็นวุ้นหรือสารสกัดจากว่านหางจระเข้นั้นมีฤทธิ์ ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระได้ดี และยังมีฤทธิ์การต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ว่านหางจระเข้จึงมีผลในการช่วยไม่ให้บาดแผลนั้นติดเชื้อจนลามรุนแรง

-ช่วยในการป้องกันจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV)

นักวิทยาศาสตร์ที่ Kyung Hee University Global Campus ประเทศเกาหลีใต้ได้ตรวจสอบแล้วว่า สารสกัดจากว่านหางจระเข้ สำหรับทารกและสารสกัดจากว่านหางจระเข้สำหรับผู้ใหญ่ อาจจะมีผลในการปกป้องผิวจากรังสี UVB  กล่าวอีกนัยหนึ่ง ว่า ว่านหางจรเข้สามารถปกป้องผิวจากการแก่ก่อนวัยจากแสงแดดได้

สารสกัดจากว่านหางจระเข้ (BAE) มาจากยอดอายุ 1 เดือนในขณะที่สารสกัดจากว่านหางจระเข้สำหรับผู้ใหญ่มาจากยอดอายุ 4 เดือน

ในบทความที่ตีพิมพ์ในงานวิจัย Phytotherapy ผู้เขียนสรุปว่า: “ผลลัพธ์ของเราแนะนำว่า BAE อาจปกป้องผิวจากความเสียหายที่เกิดจาก UVB มากกว่า AE”

-ช่วยป้องกันความเสียหายผิวหลังการรักษาด้วยรังสี

การศึกษาที่มหาวิทยาลัยเนเปิลส์ประเทศอิตาลีได้ทำการทดสอบครีมทา 5 ชนิด ที่มีความแตกต่างกัน เพื่อดูว่ามีประสิทธิภาพในการปกป้องผิว ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ที่ได้รับการรักษาด้วยรังสี หนึ่งในครีมเหล่านี้ ก็มีส่วนผสมจากว่านหางจระเข้ ด้วยเช่นกัน

พวกเขาแบ่งผู้ป่วย 100 คนออกเป็นห้ากลุ่มจาก 20 คน แต่ละคนถูกกำหนดให้รักษาเฉพาะที่แตกต่างกัน พวกเขาใช้ครีมวันละสองครั้งเริ่มต้น 15 วันก่อนการรักษาด้วยการฉายรังสีและดำเนินการเป็นเวลา 1 เดือนหลังจากนั้น

Saturday, April 25, 2020




 สมุนไพรโทงเทง  อีกหนึ่งสมุนไพรพื้นเมืองดีๆที่คนเฒ่าคนแก่ หรือคนบ้านนอกอาจจะเคยได้เห็น
กันมาบ้างเพราะเราสามารถพบเห็นกันได้ตามข้างทาง ข้างถนน หรือริมรั้ว แต่ชาวเมืองอาจไม่ค่อยคุ้น
ชื่อนักวันนี้จึงมาแนะนำให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกันโทงเทงถือเป็นไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า ใบกลม ดอกสีเหลือง
 ผลกลมพองปลายแหลมเป็นที่ชื่นชอบในหมู่คนจีน เพราะว่ามีคุณประโยชน์เป็นสมุนไพรที่ดีต่อร่างกาย


ตามข้างถนนหนทางในต่างจังหวัด ริมรั้วบ้าน ชายป่า ข้างคลอง ตามตรอกซอกซอยในชนบท
ดงหญ้าข้างทางสมัยก่อนพบเห็นกันทั่วไป หรือบางที่ที่มีคนจีนอาศัยอยู่ อาจจะเห็นชาวจีนปลูก
ไว้ เพราะชาวจีนจะรู้คุณประโยชน์ของโทงเทงดีว่าเป็นสมุนไพรดีมีประโยชน์



1. แก้ร้อนใน กระหายน้ำ
2. บรรเทาอาการต่อมทอนซิลอักเสบ ฝีในคอ โดยละลายลำต้นในเหล้า หรือน้ำส้มสายชู
ชุบด้วยสำลีฅแล้วอมไว้ในกระพุ้งแก้ม ค่อยๆกลืนน้ำลงคอทีละน้อย
3. บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ ไอ หอบ โดยดื่มน้ำต้มโทงเทง
 กับเปลือกส้มจีนแห้งเข้าด้วยกัน
4. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน
5. แก้อาการปวดศีรษะ
6. ช่วยขับพยาธิในลำไส้
7. เป็นยาระบายอ่อนๆ
8. เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยบรรเทาอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
9. บรรเทาอาการแผลฟกช้ำ บวม อักเสบ โดยการตำลำต้นมาพอกบริเวณแผล
10. บรรเทาอาการโรคหอบหืด ใช้ทั้งต้นแห้ง 1/2 กิโลกรัม ต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลกรวดลงไปให้หวาน
รับประทานครั้งละ 1/4 ถ้วยแก้ว
วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเป็นเวลา 10 วัน หยุดยา 3 วัน รับประทานต่อไปอีก 10 วัน พักอีก 3 วัน
แล้วรับประทานต่อไปอีก 10 วัน

Tuesday, February 4, 2020

5 "ผักสุขภาพ" สร้าง "สวย" จากภายใน

5 ผักสุขภาพ สร้างทราบใช่มั้ยว่า "ความสวยงามของเพศหญิง" มิได้มาจากการเสริมสวยเพียงอย่างเดียว การดูแลตนเองจากข้างใน ให้สวยสดใส ผิวพรรณสดใส รวมทั้งสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง น่าจะเป็นสิ่งที่ทุกคนล้วนปรารถนา เพราะเหตุว่าขั้นต่ำดีแล้วกว่าการพึ่งพาอาศัยศัลยกรรม ที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบางทีอาจยังไม่พร้อมที่จะเสี่ยง บ้างก็กลัวเจ็บ บ้างก็กลัวบกพร่อง ด้วยเหตุว่าโน่นอาจจะส่งผลให้ผู้หญิงเสียโฉมเลยก็มี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงวัยทำงาน

     ผักเคลอิตาเลียน - คุณค่าทางอาหารเยอะที่สุดในโลกเริ่มกันที่ผักเคลอิตาเลียน ในความเป็นจริงแล้วผักเคลนั้นอยู่ในเชื้อสายเดียวกับ บล็อกโคลี่ ดอกกะหล่ำ คะน้า และกิ้งก้าน โดย "ผักสุขภาพ" จำพวกนี้ นับว่ามีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง
     ผักสลัดคอส - บำรุงผิวพรรณ ช่วยถ่าย เหมาะกับผู้ที่ปรารถนาลดความอ้วนรวมทั้งท้องนั่นเอง "ผักคอส" ผักสุขภาพ ที่เป็นผักกาดหวานประเภทหนึ่ง ที่นิยมเอามาเป็นองค์ประกอบในรายการอาหารสลัดหรือแซนด์วิช โดยคอสจะอุดมไปด้วยวิตามินเยอะแยะ
     บีทรูท - ชะลอวัย เพราะเหตุว่าเป็นผักเพื่อสุขภาพประจำเมืองหนาว กล่าวได้ว่า สาวไทยได้ทานของสดใหม่แน่ๆ คุณทราบหรือเปล่า? สารสีแดงที่ชื่อว่า "บีทานิน" เป็นกรดอะมิโนที่อยู่ในหัวบีทรูท ซึ่งมีคุณลักษณะช่วยยั้งการเกิดโรคมะเร็ง
     ข้าวโพดราชินีทับทิมประเทศไทย - ต่อต้านอนุมูลอิสระ ข้าวโพดราชินีทับทิมไทย เป็นข้าวโพดหวานสีแดงชนิดแรกของโลก ที่สร้างสรรค์สายพันธุ์โดยชาวไทย ข้าวโพดประเภทนี้มีจำนวนสารแอนโทไซยานินสูง ช่วยต้านทานอนุมูลอิสระ รวมทั้งชะลอความแก่ได้อย่างยอดเยี่ยม
    จิงจูฉ่าย - โดยคุณประโยชน์ของสมันไพรชนิดนี้ จะมีน้ำมันหอมระเหยที่ประกอบไปด้วยสารอะบีอิน ที่ช่วยปรับให้สมดุลความดันโลหิตภายในร่างกาย ช่วยขับลมในไส้รวมทั้งกระเพาะอาหาร บำรุงปอด บำรุงเลือดลม


แหล่งที่มา :thairath

Thursday, December 12, 2019

พฤกษศาสตร์พื้นบ้าน

พืชสมุนไพรไทย

คนไทยได้สะสมความรู้รวมทั้งภูมิปัญญาของพืชท้องถิ่นมานานนับร้อยปี พืชท้องถิ่นหลายร้อยชนิดมีถิ่นอาศัยตามป่าธรรมชาติ พืชหลายอย่างได้ถูกใช้เป็นยารักษาโรคตามตำรับแพทย์พื้นเมืองซึ่งทุกหมู่บ้านมีผู้ทรงความรู้เรื่องพันธุ์ไม้ การนำมาใช้ทำยา ผู้รู้เหล่านี้ถูกเรียกว่า หมอยา หรือ หมอพื้นบ้าน ซึ่งรักษาพืชพวกนั้นไว้ มีตำรายาสำหรับรักษาโรค ภูมิปัญญาเหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนกระทั่งปัจจุบันนี้


พืชสมุนไพร เป็น พืชที่ถูกนำมาใช้เป็นยารักษาโรค ด้วยเหตุว่าเมืองไทยตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าเขตร้อน เป็นเขตกระจัดกระจายพืชพันธุ์จาก 3 พื้นที่ ก็เลยไม่เป็นเรื่องแปลกที่เมืองไทยจะมีพืชสมุนไพรหลายร้อยประเภทแล้วก็ถูกประยุกต์ใช้รักษาโรคตามหลักแพทย์แผนโบราณมาหลายร้อยปี แต่ผู้ใช้สมุนไพรจำเป็นต้องทราบวิธีการใช้ ด้วยเหตุว่าพืชสมุนไพรสามารถทำให้เกิดพิษได้หากใช้จำนวนที่มากเกินไป


แหล่งที่มา : thaicityfarm


Thursday, November 28, 2019

กำจัดดอย ยาแก้ปวดฟัน

กำจัดดอย มีสรรพคุณอะไรบ้างและประโยชน์



สรรพคุณของกำจัดดอย
เปลือกต้น ใช้ขูดอุดฟันเป็นยาพาราฟัน ส่วนอีกข้อมูลกำหนดให้เอามาอมเป็นยาพาราฟัน ซึ่งจะมีฤทธิ์เสมือนยาชา (เปลือกต้น)
ยาประจำถิ่นล้านนาจะใช้เม็ดกำจัดดอยเอามาตำ ต้ม หรือต้มกับไก่ ใช้ดื่มแต่ว่าน้ำ เป็นยาแก้สุกใส (เม็ด)
ส่วนอีกข้อมูลบอกว่า สมุนไพรกำจัดดอยนอกเหนือจากการที่จะใช้เป็นยาแก้สุกปลั่งแล้ว ยังคงใช้รักษาโรคเริมรวมทั้งงูสวัดได้อีกด้วย (ตระกูลสถิตย์แล้วก็คณะ, 2539)

คุณประโยชน์ซึ่งมาจากกำจัดดอย
ผลใช้สำหรับในการทำครัว ดังเช่น ใส่ลาบ มีรสชาติเหมือนมะแขว่น
ใช้เป็นยาเบื่อปลาให้เมา ด้วยการใช้เม็ดกำจัดดอยราวๆ 2 กก. เอามาตำคลุกขี้เถ้า แล้วค่อยนำไปใช้เบื่อปลา เนื้อปลาจะไม่มีพิษ ส่วนอีกข้อมูลบอกว่า ให้ใช้เปลือกต้นเอามาตำแล้วแช่ในสายธารเพื่อเบื่อปลา แต่ว่าจะต้องใช้ในจำนวนมาก ก็เลยจะก่อให้ปลามีอาการเมา
ชาวลั้วะจะใช้เนื้อไม้นำไปเผาถ่านตำผสมกับดินปืน

ที่มา medthai

Wednesday, November 27, 2019

กำจัดหน่วย สมุนไพร

กำจัดหน่วย คุณประโยชน์และข้อควรการใช้



คุณประโยชน์ของกำจัดหน่วย
ทั้งยังต้นมีรสเผ็ดขม เป็นยาอ่อนโยน เป็นพิษบางส่วน ออกฤทธิ์ต่อกระเพาะรวมทั้งตับ ใช้เป็นยาช่วยไล่ลม ขับลมเปียกชื้นภายในร่างกาย ทำให้ลมหายใจโปร่งเตียนโล่ง (อีกทั้งต้น)
ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดียจะใช้เป็นยาลดไข้ (ไม่เจาะจงส่วนที่ใช้)
ใช้เป็นยาแก้หวัดแดด (อีกทั้งต้น)
ใช้เป็นยาแก้คอตีบอักเสบ (ทั้งยังต้น)
ใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน ปวดกระเพาะ (อีกทั้งต้น)
ในภูมิภาคอินโดนจีนจะใช้ผลกำจัดหน่วยปรุงเป็นยาขับลม ขับพยาธิ (ผล)
ใช้เป็นยาแก้ปวดท้อง (ไม่กำหนดส่วนที่ใช้)
ผลมีคุณประโยชน์เป็นยาฝาดสมาน (ผล)
ใช้เป็นยาแก้ฝีหนอง ปรับปรุงแก้ไขข้ออักเสบ (ไม่กำหนดส่วนที่ใช้)
ใช้รักษาแผลไฟเผา น้ำร้อนลวก พิษจากงูกัด แล้วก็ใช้แก้พิษต่างๆทำลายพิษผิดสำแดง ด้วยการใช้เปลือกต้น ต้มกับน้ำเอามาล้างแผล เช็ดให้แห้ง แล้วจึงใช้เปลือกกำจัดหน่วยที่บดเป็นผงนำมาโรยบริเวณแผล (เปลือกต้น)
ใช้เป็นยาพาราปวดเมื่อยตามข้อ บวมช้ำ ปวดบวม ตำรับยาพาราปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้บวมช้ำ จะใช้เปลือกต้นกำจัดหน่วย 30 กรัม เอามาต้มกับน้ำกิน หรือใช้ร่วมกับตัวยาอื่นๆในตำรับยา (เปลือกต้น)
ใช้กำจัดหน่วยเอามาต้มกับน้ำ แล้วก็ใช้ไอร้อนมาอบผิวหนังรอบๆที่บวมช้ำหรือเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวได้ (ไม่กำหนดส่วนที่ใช้)
ขนาดรวมทั้งการใช้ : ในกรณีต้มหรือใช้ร่วมกับตัวยาอื่นๆในตำรับยา ให้ใช้ทีละโดยประมาณ 6-12 กรัม ส่วนการใช้ด้านนอก (ล้างแผล, แก้พิษงู, พิษต่างๆ) สามารถใช้ได้ตามสิ่งที่ต้องการ โดยเอามาฝนแล้วผสมกับสุรา ใช้ทาแก้พิษหรือไหม้น้ำร้อนลวกได้

สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวัง : ห้ามกินสมุนไพรจำพวกนี้พร้อมกับของเปรี้ยวหรือของประเภทที่มีกรด ส่วนสตรีมีครรภ์ห้ามกิน สำหรับวิธีแก้พิษนั้น ให้ชงน้ำตาลกินหรือให้ฉีดน้ำเกลือเข้าในร่างกาย

ที่มา medthai

Tuesday, November 26, 2019

กรรณิการ์ สรรพคุณยาบำรุงกำลัง

สรรพคุณของ กรรณิการ์



รากมีรสขมฝาด ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ (ราก)
รากใช้เป็นยาแก้วาโยกำเริบเพื่ออากาศธาตุ (ราก)
ดอกช่วยบำรุงหัวใจ (ดอก)
รากใช้เป็นยาบำรุงกำลัง (ราก)
ใช้เป็นยาแก้อาการอ่อนเพลีย (ราก)
ใช้เป็นยาแก้โลหิตตีขึ้น (ดอก)
ใบมีรสขม ช่วยทำให้เจริญอาหาร ด้วยการใช้ใบสดประมาณ  กำมือ เติมน้ำคั้นลงไปแล้วคั้นเอาแต่น้ำ  ถ้วยแก้ว ใช้แบ่งรับประทาน  ครั้ง ถ้ากินมากจะมีฤทธิ์เป็นยาระบาย (ใบ)
ใบใช้เป็นยาแก้ตานขโมย (ใบ)
ช่วยบำรุงเส้นผม แก้เส้นผมหงอก ด้วยการใช้ใบนำไปแช่กับน้ำมันมะพร้าวประมาณ - คืน ก็จะได้น้ำมันที่มีสีเหลืองอ่อน ๆ สำหรับนำมาใช้ทาหมักผมก่อนนอน จะช่วยป้องกันไม่ให้ผมหงอกก่อนวัยได้ (ใบ) ส่วนข้อมูลจากหนังสือพจนานุกรมสมุนไพรไทย ระบุว่าส่วนที่นำมาใช้เป็นยาแก้ผมหงอกคือส่วนของราก (ราก)
ช่วยบำรุงผิวหนังให้สดชื่น (ราก)
เปลือกมีรสขมเย็น ใช้เปลือกชั้นในนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการปวดศีรษะ ส่วนต้นก็มีสรรพคุณแก้ปวดศีรษะเช่นกัน (ต้น, เปลือก)
ดอกมีรสขม ช่วยแก้ลมวิงเวียน (ดอก)
ใช้เป็นยาแก้ลมและดี (ราก)
ต้นมีรสหวานเย็นฝาดใช้เป็นยาแก้ไข้ ส่วนใบและดอกก็มีสรรพคุณแก้ไข้เช่นกัน (ต้น, ใบ, ดอก)
ใบช่วยแก้ไข้เพื่อดีและแก้ไข้จับสั่นชนิดจับวันเว้นวัน (ใบ)
ดอกใช้เป็นยาแก้ไข้มิรู้สติ เป็นไข้บาดทะจิต แก้ไข้ผอมเหลือง (ดอก)
รากช่วยแก้อาการไอ (ราก)
แพทย์ชนบทในสมัยก่อนจะใช้ต้นและรากกรรณิการ์ นำมาต้มหรือฝนรับประทานเป็นยาแก้อาการไอสำหรับสตรีหลังคลอดบุตรใหม่ ๆ (ต้น, ราก)
ใช้เป็นยาแก้ตาแดง (ดอก)
ใช้เป็นยาแก้อาการปวดท้อง (ใบ)
ใช้เป็นยาแก้อาการท้องผูก (ราก)
ใบใช้เป็นยาระบาย (ใบ)
ใช้เป็นยาแก้อุจจาระเป็นพรรดึก (ราก)
ในอินเดียใช้ใบเป็นยาขับพยาธิ (ใบ)
ในประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ใช้ดอกเป็นยาขับประจำเดือน (ดอก)
ใบใช้เป็นยาบำรุงน้ำดี ขับน้ำดี (ใบ)
ต้นและใบใช้เป็นยาแก้อาการปวดตามข้อ (ต้น, ใบ)
ดอกใช้เป็นยาแก้พิษทั้งปวง (ดอก)

ที่มา medthai

Saturday, November 23, 2019

แก่นพระอาทิตย์ สมุนไพร

แก่นพระอาทิตย์ ธาตุเหล็กสูง



ผลดี แก่นพระอาทิตย์
แก่นพระอาทิตย์มีสาระยังไง ? หัวแก่นพระอาทิตย์จัดเป็นของกินที่ดีรวมทั้งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับคนที่รักสุขภาพ เพราะเหตุว่าเป็นอาหารเสริมสุขภาพอย่างหนึ่ง เนื่องจากว่าในหัวของแก่นพระอาทิตย์นั้นอุดมไปด้วยวิตามินและก็แร่ต่างๆจำนวนมาก ซึ่งล้วนแต่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายทั้งหมดทั้งปวง อย่างเช่น มีวิตามินบีรวม แคลเซียม ธาตุเหล็กที่สูง ฯลฯ
ช่วยลดกลิ่นปากจากเชื้อแบคทีเรีย
เหตุเพราะแก่นพระอาทิตย์มีดอกที่งดงาม ก็เลยมีการเพาะปลูกไว้เป็นไม้ประดับ ปลูกเป็นพืชเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจได้ เพราะเหตุว่ามีความงามไม่แพ้ทุ่งบัวโคนงหรือทุ่งทานตะวันอย่างยิ่งจริงๆ
หัวใช้กินใหม่ๆเป็นผัก ซึ่งหัวสดจะมีรสชาติคล้ายกับแห้ว หรือเอามาปรุงอาหารอีกทั้งคาวและก็หวาน ทำเป็นของหวาน ใช้ต้มกิน หรือนำไปผัดหรือใช้ยำก็ได้เหมือนกัน
หัวแก่นพระอาทิตย์สามารถประยุกต์ใช้เป็นของกินแทนมันฝรั่งได้ เพราะเหตุว่ามีเนื้อสัมผัสอย่างเดียวกัน เพียงแต่ว่ามีรสหวานกว่า ก็เลยเหมาะกับใส่ไว้ด้านในสลัดผักต่างๆ
หัวแก่นพระอาทิตย์สามารถเอามาทำเป็นผง เป็นเอาหัวมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆเอามาผึ่งแดดให้แห้งแล้วอบ เมื่ออบเสร็จก็เอามาป่นเป็นผุยผงเล็กๆซึ่งผงดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นสามารถนำไปผสมกับแป้งต่างๆเป็นผลิตภัณฑ์ได้ ยกตัวอย่างเช่น ขนมปัง ขาไก่ คุกกี้ ฯลฯ จะช่วยให้มีรสชาติที่ดีและก็มีกลิ่นหอมสดชื่น แถมยังคงจำนวนของอินนูลินไว้ได้อีกด้วย
มีการนำหัวแก่นพระอาทิตย์มาสกัดเอาสารอินนูลิน ใช้ผสมในสินค้านมผงเด็ก โดยจะมีสารอินนูลินผสมอยู่ด้วยราว 1-2% ซึ่งหลายคนบางครั้งก็อาจจะมิได้ดู
หัวแก่นพระอาทิตย์ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับเพื่อการดัดแปลงเป็นเหล้าและก็เอทานอลได้ ซึ่งในประเทศเยอรมัน เมืองบาเดิน-เวือร์ทเทมแบร์ก จะมีการใช้หัวแก่นพระอาทิตย์สำหรับในการผลิตเหล้ากันมากยิ่งกว่า 90% ซึ่งเหล้าจำพวกนี้ก็คือ Topi หรือ Rossler
ลำต้นแก่นพระอาทิตย์ก็สามารถนำไปหมักทำเป็นเอทานอลได้แบบเดียวกัน
ลำต้นแล้วก็ใบของแก่นพระอาทิตย์สามารถประยุกต์ใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ รวมทั้งยังมีสารอาหารที่ช่วยสำหรับในการย่อยได้หมดมากยิ่งกว่าถั่วอัลฟัลฟา (แต่ว่าจะมีโปรตีนน้อยกว่า)
หัวใช้เป็นอาหารเสริมในสัตว์เลี้ยงได้ เพราะว่าส่งผลต่อการเติบโต ทำให้สัตว์เลี้ยงมีร่างกายแข็งแรง ช่วยลดจุลอินทรีย์ที่เป็นอันตรายในระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์ ช่วยสร้างเสริมภูมิต้านทานให้สัตว์เลี้ยง ก็เลยช่วยลดการใช้ยาปฏิชีวนะไปด้วยในตัว ก็เลยมีการประยุกต์ใช้เป็นสมุนไพรของสัตว์เลี้ยง
การเสริมสารสกัดอินนูลินลงไปในของกินของสัตว์ อาทิเช่น หมา หมู ไก่ จะช่วยลดจำนวนของแอมโมเนียในระบบทางเดินอาหารรวมทั้งในสิ่งถ่ายได้ ก็เลยทำให้ลดจำนวนของสารที่นำไปสู่กลิ่นเหม็นในสิ่งถ่าย ทำให้กลิ่นเหม็นของอุจจาระน้อยลงเป็นอย่างมากจนกระทั่งไม่มีกลิ่นเลย
ในเชิงอุตสาหกรรม มีการใช้หัวแก่นพระอาทิตย์มาเป็นวัตถุดิบสำหรับในการสกัดเป็นน้ำตาลอินนูลิน (Inulin) เนื่องจากว่าสามารถเจอได้ในพืชประเภทนี้สูงถึง 16-39% รวมทั้งยังมีการใช้อินนูลินเพื่อผลิตเป็นน้ำตาลเชื่อมฟรุกโตสเข้มข้น หรือสารให้ความหวานในอุตสาหกรรมของกิน
แก่นพระอาทิตย์เป็นพืชที่ให้พลังงานสูง หัวสด 1 ตัน สามารถใช้ผลิตเป็นเอทานอลบริสุทธ์ 99.5% ได้มากถึง 100 ลิตร สามารถใช้เป็นพลังงานตอบแทนด้วยการนำไปใช้ผสมกับน้ำมันเบนซิน ใช้ผลิตแก๊สโซฮอล์ได้อีกด้วย
แก่นพระอาทิตย์เป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่นิยม เพราะเหตุว่าสามารถนำไปดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ได้นานัปการ สินค้าแก่นพระอาทิตย์ ตัวอย่างเช่น แก่นพระอาทิตย์แบบใส่ถุง แก่นพระอาทิตย์บดผง แก่นพระอาทิตย์อบแห้ง ชาแก่นพระอาทิตย์ ว่านแก่นพระอาทิตย์แคปซูล สบู่แก่นพระอาทิตย์ เป็นต้น

ที่มา medthai

Friday, November 22, 2019

กรามช้าง ยาแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ

คุณประโยชน์ กรามช้าง



ตำรับยาแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ เจาะจงให้ใช้รากกรามช้าง รากตาล แล้วก็รากไผ่ เอามาฝนน้ำกินเป็นยาแก้ต่อมทอนซิลอักเสบ (ราก)
ตำรับยาประจำถิ่นล้านนาจะใช้หัวใต้ดินของต้นกรามช้างเอามาฝนหรือหั่นเป็นชิ้นๆโดยใช้ทีละ 2-3 ชิ้น เอามาต้มกับน้ำกินวันละ 3 ครั้ง เป็นยาแก้ท้องเดิน (หัว)
ตำรับยารักษาโรครำมะนาดกำหนดให้ใช้รากกรามช้าง รากเกล็ดลิ่น รากชุมเห็ดเล็ก รากชุมเห็ดเทศ รากงิ้ว รากถั่วพู รากแตงเถื่อน รากฟักข้าว รากปอขาว ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว เครืออาหารมื้อเย็น ต้นกระไดลิง ต้นมะกอกเผือก เอามาฝนกับน้ำแช่ข้าวเจ้ารับประทานรักษาโรครำมะนาด (ราก)
ตำรับยาผีเครือเหลือง เจาะจงให้ใช้รากกรามช้าง รากก่อเผือก รากคำแสนด้าน รากไค้ตีนกรอง รากช่ำ รากเล็บเหยี่ยว รากมะพร้าว รากมะตูมป่า แก่นชมพู่ แก่นจันทน์แดง แก่นศรีคันไชย แก่นชายหาดเยือง อาหารมื้อเย็น เขาแกงเลียงผา ต้นกระไดลิง ต้นหมากขี้แรด นอแรดเครือ ว่านกีบแรด เอามาฝนกับน้ำข้าวเจ้ารับประทานเป็นยาผีเครือเหลือง (ราก)

ที่มา medthai

Monday, November 18, 2019

กะเจียน ยาบำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร

คุณประโยชน์ของ กะเจียน



1.เนื้อไม้มีรสขม ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร (เนื้อไม้)
2.รากหรือเนื้อไม้ใช้ต้มกับน้ำเป็นยาแก้กษัย (ลักษณะของการป่วยที่เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม ซูบผอม ปวดเมื่อย โลหิตจาง) ไตพิการ (ราก)
3.รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ไข้ (ราก)
4.เนื้อไม้มีรสขม ใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้วัณโรคในลำไส้ วัณโรคในปอด (เนื้อไม้)
5.เนื้อไม้มีคุณประโยชน์เป็นยาแก้ปัสสาวะพิการ (เนื้อไม้)
6.รากใช้ต้มกับน้ำดื่มครั้งละ 1 ถ้วย วันละ 3 ครั้ง เป็นยาคุมในสตรี (ราก)
7.ตำรายาพื้นบ้านจะใช้รากกะเจียนนำมาต้มกับน้ำดื่มครั้งละ 1 ถ้วย วันละ 3 ครั้ง เป็นยาบำรุงกำหนัด เพิ่มพลังทางเพศ บำรุงกำลังสำหรับบุรุษ กินแล้วสดชื่น คลายเส้นเอ็น รวมทั้งช่วยปรับสภาพร่างกาย (ราก)
8.ใบสดมีรสเฝื่อนเย็น ใช้ตำพอกฝี แก้ปวด แก้อักเสบ (ใบ)
9.เนื้อไม้ใช้ฝนกับน้ำปูนใสทาเกลื่อนหัวฝี (เนื้อไม้)
10.เนื้อไม้ใช้ต้มดื่มเป็นยาแก้ปวดเมื่อยล้าตามร่างกาย แก้ปวดหลัง ปวดเอว (เนื้อไม้) หรือจะใช้รากนำมาต้มกับน้ำกินเป็นยาพาราปวดเมื่อยตามร่างกายก็ได้เช่นเดียวกัน (ราก)
11.เปลือกใช้เข้ายาพื้นเมืองบางชนิด (เปลือก)

ที่มา medthai